วิตามิน B6 มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

เพราะวิตามินต่างๆ ล้วนมีความจำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งร่างกายคนเราต้องได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนทุกวันอยู่แล้ว หากขาดวิตามินชนิดหนึ่งชนิดใดไปก็อาจจะทำให้เราขาดสาอาหารและทำให้สุขภาพย่ำแย่ตามมาก็เป็นได้ และในวันนี้เราก็มีวิตามิน B6 ซึ่งเป็นเรื่องราวสาระน่ารู้ที่น่าติดตามอย่างมาก เพื่อประโยชน์ของการเสริมสร้างสุขภาพที่ดี มาดูกันค่ะว่าวิตามิน B6 นั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายคนเราอย่างไร

หนึ่งในวิตามินกลุ่มบีอย่าง วิตามิน B6 จัดว่าเป็นวิตามินที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกายเช่นกัน  วิตามินบี 6 ประกอบไปด้วยส่วนประกอบที่สำคัญได้แก่ ไพริดอกซีน  ไพริดอกซาลและไพริดอกซามัน    เป็นวิตามินที่สามารถละลายได้ในน้ำไม่ก่อให้เกิดสารเคมีตกค้างในร่างกายเช่นเดียวกับวิตามินบี 1 และวิตามินบี 2 โดยปกติวิตามิน B6เป็นวิตามินที่จะต้องทานควบคู่กันกับวิตามินชนิดอื่นเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายสูงสุด  วิตามินนี้มีหน้าที่ในการเผาผลาญไขมันในร่างกาย คาร์โบไฮเดรต และโปรตีนที่เหลือค้างอยู่ในร่างกายให้หมดไป  ช่วยให้การหดตัวของกล้ามเนื้อเรียบเร็วขึ้น  ถ้าทำให้เป็นผลึกสีขาวจะใสไม่มีสี รสเค็มเล็กน้อย มีค่าความเป็นกรดและเบสปานกลาง ละลายได้ในน้ำแต่หากโดนแสงแดดจะสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว

 

 

แหล่งที่มา

สามารถพบได้ทั่วไปในเมล็ดพืชชั้นในและเมล็ดพืชอื่นๆไม่ว่าจะเป็นแอพริคอท แตงโม พลับ ทานตะวัน ข้าว ถั่ว แมคคาดาเมีย  นอกจากนี้ยังพบได้ในเนื้อสัตว์หลายชนิดเช่น ปลา หมู ไก่ ไข่แดง ข้าวไม่ขัดสี เมล็ดธัญพืช ผักใบเขียวและผลไม้อย่างกล้วยทุกสายพันธุ์

ประโยชน์

เพราะวิตามิน B6 มีประโยชน์มากมายกว่าที่คิด หากใครยังไม่รู้ว่ามีดีอย่างไรบ้างนั้น ตามมาอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมกันเลยค่ะ

  • ช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารจากวิตามินบี 12 ได้อย่างเต็มที่และสมบูรณ์แบบ
  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของวิตามินเอฟในร่างกาย
  • ส่งเสริมกระบวนการเมตาบอลิซึมของไขมันในร่างกายให้สามารถทำงานได้ดีและเป็นปกติ
  • ทำให้การเผาผลาญไขมัน คาร์โบไฮเดรคและโปรตีนสมบูรณ์ไม่หลงเหลือสิ่งตกค้างในร่างกาน
  • เพิ่มการผลิตสารเซโรโทนินที่ช่วยในการหดตัวของกล้ามเนื้อเรียบ ให้สัมพันธ์กับคำสั่งการโดยตรงจากสมอง
  • เสริมภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บหลายชนิด
  • ทำให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงมากขึ้นการทำงานในร่างกายจึงไม่หยุดชะงัก
  • ร่างกายไม่หลงเหลือซากน้ำตาลเพราะถูกปล่อยออกมาจากตับและกล้ามเนื้อแปลงเป็นพลังงานใช้ในร่างกายแทน
  • เปลี่ยนทริพโตฟานให้กลายเป็นวิตามินบี 3
  • ช่วยสังเคราะห์ ควบคุมการทำงานของ DNA และ RNA สารบ่งบอกรหัสพันธุกรรมของมนุษย์
  • เกิดความสมดุลของระดับน้ำภายในร่างกายอยู่ตลอดเวลา
  • ลดอาการหน้ามืด วิงเวียน อาเจียนสำหรับผู้หญิงที่กำลังตังครรภ์
  • รักษาโรคเสื่อมสมรถภาพจากโรคหัวใจ เบาหวาน
  • ระบบปัสสาวะทำงานได้เป็นปกติ ไม่ติดขัด ไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บแสบ
  • ลดอาการบวมน้ำในช่วงก่อนและหลังเป็นประจำเดือน

 

 

ผลกระทบจากการขาดวิตามิน B6

อาการที่สังเกตุเห็นได้จากภายนอกมีหลายอย่างหากว่าร่างกายไม่ได้รับสารอาหารจากวิตามิน B6 หรือได้รับไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในแต่ละวัน  โดยอาการทั้งจากภายในและภายนอกนั้นมีดังนี้

  1. เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำต้องกินยารักษาอาการเบื้องต้นทันที
  2. ร่างกายอ่อนเพลียคล้ายคนทำงานหนัก นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ
  3. เจ็บป่วยง่ายแม้จะเป็นโรคที่ไม่ร้ายแรงอะไรรักษาให้หายได้ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน
  4. เกิดโรคแทรกซ้อนง่ายเพราะร่างกายไม่แข็งแรง
  5. ผมร่วง มือและเท้าเป็นแผล ชาและเป็นตะคริวบ่อย
  6. อาจเกิดอาการความจำเสื่อมในบางราย
  7. การมองเห็นไม่คมชัดเท่าเดิม เริ่มพร่ามัวต้องเพ่งสายตา
  8. การทำงานของหัวใจไม่ปกติ ทำให้ร่างกายได้รับผลกระทบโดยตรงไม่ว่าจะเป็นสุขภาพกายหรือสุขภาพใจ
  9. ร่างกายขับของเสียออกมาทางปัสสาวะมากกว่าปกติ
  10. เกิดโรคโลหิตจางกระทันหัน ช็อกและหมดสติในที่สุด
  11. หากขาดวิตามิน B6เป็นเวลานานจะทำให้เกิดอาการชัก มือเท้าสั่นบ่อยครั้ง

 

 

คำแนะนำเพิ่มเติมที่ควรทราบ

เพราะวิตามิน B6เป็นวิตามินที่ร่างกายผลิตเองไม่ได้จึงต้องใช้วิธีรับประทานอาหารเสริมและบริโภคจากแหล่งอาหารต่างๆเข้าไปหากได้รับมากเกินไปอาจทำให้ร่างกายคิดว่าเป็นพิษและพยายามขับออกมาทางปัสสาวะ  ดังนั้นก่อนบริโภคคุณควรจะทราบความต้องการของร่างกายตนเองก่อนเพื่อจัดสรรปริมาณการบริโภคต่อวัน  หากเลือกบริโภคจากแหล่งอาหารให้ใช้วิธีที่รักษาปริมาณของวิตามิน B6 ได้สูงสุด  ที่สำคัญห้ามบริโภคติดต่อกันเป็นเวลานานเนื่องจากวิตามิน B6จะส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาททำให้ทำงานและสั่งการผิดพลาด  การรับรู้ การสัมผัสสิ่งต่างๆจะน้อยลง

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ จะเห็นได้ว่าวิตามินต่างๆ รวมถึงวิตามิน B6 ก็ล้วนมีความสำคัญต่อสุขภาพร่างกายเช่นเดียวกัน เมื่อทราบข้อดีข้อเสียต่างๆ แล้ว จงอย่าลืมหันมาดูแลตัวเองกันเพิ่มมากขึ้นนะคะ